Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
Perceptor ตัวนี้ก็จัดได้ว่าเป็นอีกตัวที่เกือบจะเข้าหลัก "เงื้อง่าราคาแพง" (หมายถึง ตอนรู้ข่าวว่าจะออกลังเลว่าจะซื้อดีไม่ซื้อดี พออยากได้เข้าจริงๆ ก็กลายเป็นของหายากและได้มาด้วยราคาแพง) แต่โชคดีครับที่ไปบิดของมือสองในอีเบย์ เบ็ดเสร็จรวมค่าส่งแล้วไม่ถึง 20$ ก็เป็นราคาที่พอรับได้
 
อีกครั้งที่ต้องขออภัยที่รีวิวฉากจะไม่เหมือนกันทุกภาพ เพราะถ่ายที่บ้านโพธารามแล้วกลับมาถ่ายที่บ้านครับ
 
Robot Mode
 
หน้าตาโอเคเลย แต่ขาลีบไปหน่อย เลยดูเหมือนคนใส่รองเท้าบูท
 
 
ด้านข้าง สิ่งที่ทำให้ Perceptor แตกต่างจาก TF ของฮาสโบรตัวอื่นคือมีชุบโครเมี่ยม ซึ่งปกติแล้ว ของเล่นมะกันเขาจะชุบไม่ได้ เพราะห่วงใยเด็กๆ (แต่ตัวนี้ทำไมทำได้ล่ะ?)
 
จุดที่ชอบอีกอย่างคือเก็บล้อไว้ด้านในตัวครับ มีไม่กี่ตัวที่จะเป็นแบบนี้
 
 
ด้านหลัง ก็ยังดูเนียนเหมือนมีเป้สะพายหลัง
 
 
มีกล้องเล็งมิสไซล์ที่เจ้าตัวไม่มีวันจะไปส่องที่ตาตัวเองได้
 
 
มิสไซล์หมุนได้นิดหน่อย
 
 
หน้าตรง ดูซื่อๆ นะ
 
 
เปิดฝามาเจอ Reveal The Shield 
 
 
จุดขยับไม่ค่อยดี โดยเฉพาะที่ขา จะติดสายพาน
 
 
แต่ก็พอจะโพสต์ท่าอย่างนี้ได้อยู่
 
 
อาวุธถือได้นะ แต่ด้วยรูปทรงของมือ ก็อาจจะถือบางอันไม่ได้ เช่น ถือปืนของ Reveal the Shield Jazz ไม่ได้ เพราะติดแม็กกาซีน เป็นต้น
 
 
ที่วงไว้คือ จุดที่เป็นฝ้าขาว จึงไม่ค่อยกล้าแปลงร่างบ่อย แต่จริงๆ ระบบแปลงร่างตัวนี้ดีครับ แปลงสนุก แล้วก็มีการซอยชิ้นส่วนต่างๆ ซับซ้อน แต่กลับแปลงไม่ยากอย่างที่คิด
 
 
Vihicle Mode
 
 
หลังแพ็คเขียนไว้ว่าเป็น Research Truck (ผมไม่ได้แพ็คมาหรอกครับเพราะซื้อมือสอง แต่หาดูภาพในเน็ทเอา) ไม่รู้คือรถอะไรแน่ แต่รูปร่างสวยทีเดียว
 
 
ล้อหลังเป็นตีนตะขาบ เท่ซะ แต่ล้อหน้าไม่ติดพื้น
 
 
เพราะตัดเกจไม่ดีมาจากโรงงาน ว่าจะตัดเองก่อนรีวิวก็ลืม
 
 
ทะเบียน MR5 1409 มีความหมายอะไรหรือเปล่า
 
 
ด้านบน
 
 
มิสไซล์ยกขึ้นมาได้
 
 
Microscope Mode
 
 
ถ้าพยายามหน่อยก็แปลงเป็นกล้องจุลทรรศน์เหมือนยุค G1 ได้อยู่ บล็อกนี้ผมว่าแปลงเหมือนสุดแล้ว
 
 
มุมเทียบขนาด
 
 
เข้าคู่กันดีนะ
 
 
Wreckers
 
ปล. จั่วหัวว่า "มันสมอง" แต่ลืมถ่ายคู่กับวีลแจ๊คให้เป็นทีมวิทยาศาสตร์ซะงั้น
 
เคยอ่านเจอในเฟซบุคของใครสักคนว่า "เมื่ออ่านนิยายเรื่องโปรดจบลง ก็เหมือนต้องจากกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง" ผมว่า การ์ตูนเรื่องนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นได้ครับ
 
ผมได้พบกับการ์ตูนเรื่อง "นัมบะ Deadend" ซึ่งเป็นภาคสองของ "นัมบะ MG5" ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม มีลูกค้าคนหนึ่งลืมเล่ม 14 ที่เขายืมมาจากร้านเช่าไว้ ทำให้ผมหยิบขึ้นมาอ่าน ทั้งๆ ที่ไม่เคยสนใจการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าเล่ม 14 นี่คือใกล้จะอวสานแล้ว (นัมบะ Dead end 15 เล่ม อวสาน ครับ)
 
แต่เมื่อผมได้อ่านการ์ตูนเล่มนั้น ไม่จบเสียด้วยซ้ำ เพราะต้องออกจากร้านกาแฟก่อน ผมก็ตรงดิ่งไปที่ร้านเช่า แล้วยืม "นัมบะ MG5" ซึ่งเป็นภาคแรก มาอ่านจนจบ 18 เล่ม และต้องอ่าน "นัมบะ Deadend" ต่ออีก 13 เล่ม กว่าจะบรรจบกับเรื่องราวที่อ่านค้างอยู่
 
ผมเลยได้รู้จักกับ นัมบะ ซึโยชิ เพื่อนสนิทคนใหม่ ครับ
 
นัมบะ ซึโยชิ เกิดและเติบโตในครอบครัวแยงกี้หรือจิ๊กโก๋ แก๊งซิ่ง เด็กแว้นเราดีๆ นี่เอง ทั้งพ่อและแม่ก็เป็นแยงกี้กันมาก่อนที่คนพ่อจะไปขับรถบรรทุก และแม่ก็ไปเป็นแม่บ้านที่เป็นเซียนปาจิงโกะขั้นเทพ
 
นัมบะ ทาเคชิ พี่ชายของเขา เป็นสุดยอดจิ๊กโก๋ ที่ต่อยตีกับใครไม่เคยแพ้ และครองเขตจิบะ ใครๆ ก็หวั่นกลัว ในขณะที่น้องสาวคนเล็ก กิงโกะ ที่อยู่ ม. ต้น ถึงจะชอบแต่งตัวแปลกๆ แต่ก็คิดว่าการเป็นแยงกี้คือความแข็งแกร่งที่น่าภาคภูมิใจ  แม้แต่เจ้ามัตสึ สุนัขของที่บ้าน ก็กัดเก่ง เป็นหัวหน้าแก๊งหมาๆ และนับถือ "ลูกพี่" ในฐานะนักเลงขั้นเทพ
 
ซึโยชิ เอง ก็เป็นนักเรียนนักเลงที่เก่งกาจมาตั้งแต่สมัย ม. ต้น ชนะมาแล้ว 14 โรงเรียน และเป็นความหวังของที่บ้านว่าจะเป็นใหญ่ เคียงข้างพี่ชาย ในฐานะนักเลงต่อไป 
 
แต่ซึโยชิ กลับเบื่อหน่ายชีวิตที่ต้องวิวาท ต่อยตี กลับปิดบังที่บ้าน ไปสมัครสอบเข้าโรงเรียนชิรายูริ ที่เป็นโรงเรียนธรรมดา แต่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนอิจิมัตสึ โรงเรียนอันธพาล โดยอ้างกับที่บ้านว่า ไม่อยากเรียนโรงเรียนโจนัน โรงเรียนเดียวกับพี่ชาย เพราะไม่อยากอาศัยบารมีในการเป็นใหญ่ แต่จะเป็นใหญ่ด้วยตนเองที่อิจิมัตสึ
 
ซึโยชิแต่งกายด้วยชุดออกศึกที่แม่ตัดให้ ออกจากบ้านไปแอบเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียนไปเรียนหนังสือ แต่เมื่อมีอันธพาลมาหาเรื่อง เขาก็เปลี่ยนชุด แล้วใช้หน้ากากอนามัย ปลอมตัวเป็น "คนชุดออกศึก" จัดการกับนักเลงเหล่านั้น จนชื่อเสียงของ "คนชุดออกศึก" กระจายไปทั่ว
 
ส่วนชีวิตนักเรียนธรรมดา เขาตั้งใจศึกษาอย่างเต็มที่ และทุ่มเทให้กับการวาดภาพ สิ่งที่เขาเริ่มรู้ว่า คือสิ่งที่เขาอยากทำในชีวิต อีกทั้งเริ่มมีความรักกับคุณฟูจิตะ สาวน่ารักที่พบในห้องเรียน
 
แต่ซึโยชิ จะปิดบังอย่างนี้ตลอดไปได้หรือ?
 
 
...เล่าเรื่องยาวอีกแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมชอบการ์ตูนเรื่องนี้มีหลายอย่างครับ
 
- ตาลปัตรกับชีวิตนักเรียนนักเลงทั่วไป ปกติเค้าต้องแอบแต่งตัวเป็นนักเลง แล้วโดดเรียน แต่นี่ดันแอบแต่งตัวนักเรียนไปเรียนหนังสือซะงั้น
 
- ประเด็นปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม แทรกเข้ามาเรื่อยๆ แต่ไม่ทำให้ความสนุกลดลง เช่น แม่ของเพื่อนซึโยชิ ที่เป็นนักการอาหารชื่อดัง แต่กลับไม่มีเวลาทำอาหารให้ลูก  ประเด็นการรังแกกันในสังคมนักเรียน ปัญหาการทำร้ายสัตว์ ยากูซ่า ประเด็นเรื่องการศึกษา ฯลฯ
 
- การกระจายบทบาทของตัวละครแต่ละตัว ให้น้ำหนักกับตัวละครหลักๆ ได้เท่ากัน ทั้งโกได และไดมารุ เพื่อนสนิทของนัมบะ ทาเคชิ ผู้เป็นพี่ชาย กิงโกะ น้องสาว แม้กระทั่งเจ้าหมามัตสึ ต่างก็มีเรื่องราวเป็นของตนเอง (ซึ้งอีกต่างหาก)
 
- ลายเส้นพัฒนาในทางที่ดีขึ้นมาก จากภาค MG5 ที่ไม่ค่อยสวย มาเป็นภาค Deadend ที่แต่ละคนหล่อสวยกันมากขึ้น ถึงแม้จะบิดเบี้ยวๆ ในบางลีลาก็ตาม
 
- บทจะฮาเขาก็ฮานะ ถึงจะไม่ขนาดฮาก๊าก แต่ก็สร้างรอยยิ้มได้ไม่เลว
 
 
สงสัยนี่จะเป็น howto ครั้งแรกของบล็อกนี้เลยมั้งครับ พอดีคุณ thongwriter มาถามไว้ ก็ตอบไปสั้นๆ แต่มาคิดอีกที เขียนเป็นเอนทรีเลยอาจจะมีคนได้ประโยชน์มากกว่า
 
ก็ที่ด้านล่างของบล็อกผม จะมีบอกว่า You might also like พร้อมภาพเอนทรีเก่าๆ ให้คลิกเข้าไปดูได้ เผื่อจะชอบ ดังภาพด้านล่างนี้นะครับ
 
 
 
วันนี้ก็จะมาแนะนำวิธีทำไอ้เจ้านี่แหละ
 
1. ก่อนอื่นก็เข้าไปที่เว็บ http://www.linkwithin.com ก็จะมีแบบฟอร์มให้กรอกแบบด้านล่างนี้
เราก็ใส่ไป ส่วน platform ถ้าทำใน exteen ก็เลือก others ครับ แล้วก็กด Get Widget!
 
2. เราก็จะได้ code มา
 
3. จัดการเอาไปใส่ใน custom code ให้อยู่ตรงหัวบล็อกนะครับ 
 
4. save ซะ เรียบร้อย
 
มีข้อเสียนิดหน่อยคือเลือกว่าจะโชว์เอนทรีไหนไม่ได้ครับ