บทความชุดนี้อยู่ในชุด "ร้านกาแฟ" ตั้งใจว่าจะมี 5 ตอนจบครับ

1. มาชงกาแฟสดดื่มเองกันเถอะ ตอน 1 : เมล็ดกาแฟ

2. มาชงกาแฟสดดื่มเองกันเถอะ ตอน 2 : เครื่องชงกาแฟสดแบบต่างๆ --> คุณอยู่ที่นี่

3. มาชงกาแฟสดดื่มเองกันเถอะ ตอน 3 : การชงกาแฟสดแบบต่างๆ

4. มาชงชา/กาแฟโบราณดื่มเองกันเถอะ

5. เล่าประสบการณ์เปิดร้านกาแฟเล็กๆ

 

ผมจะพูดถึงเครื่องชงที่ผมรู้จักเท่านั้นนะครับ

เครื่องชงกาแฟ แบบ Unplug


1. ฟิลเตอร์ หรือที่กรองนั่นเอง ก็ง่ายๆ อ่ะครับ มันก็คือกรวยที่เราวางไว้บนถ้วย เอากาแฟโรย แล้วรินน้ำร้อนลงไป น้ำที่ได้ก็จะเป็นกาแฟแล้ว คุณ starbucks แนะนำว่า "ปรกติผมจะซื้อที่ Daiso เลือกแบบกระดาษเล็กสุด
80 แผ่น 60 บาท มีทั้งกระดาษธรรมดา และกระดาษสีน้ำตาลออกแนวรีไซเคิ้ล" ครับ


2. French Press โดยหลักการมันคือกาที่มีตะแกรงติดกับฝา แรกสุดเราก็เอากาแฟโรยลงไปก่อน จากนั้นก็เทน้ำร้อนตาม แล้วก็ปิดฝา กาแฟบดจะถูกตะแกรงกดไว้ไม่ให้มาปนกับน้ำกาแฟ เราก็รินกาแฟออกจากกามาใส่ถ้วยก็ได้แล้วครับ ได้หลายถ้วยด้วยนะตามขนาดของกา French Press ผมซื้อได้ที่บางลำพูครับ


3. Moka ผมรู้จักจากบล็อกคุณโก๋สิจ๊ะ อันนี้คุณต้องลำบากหน่อยเพราะต้องตั้งไฟ ใส่กาแฟสดรวมกับน้ำไว้ด้านล่าง แล้วเมื่อน้ำเดือดจะระเหยเป็นไอแล้วกลั่นตัวออกมาเป็นกาแฟตามหลักการของการกลั่น

 

เครื่องชงกาแฟแบบใช้ไฟฟ้า


1. แบบหยด แบบนี้จะมีกาอยู่ด้านล่าง เมื่อเครื่องต้มน้ำให้เดือดเป็นไอแล้วมันจะไหลผ่านกาแฟบดลงมาที่กา (โดยใช้แรงดันจากไอน้ำ) ข้อดีคือกินได้เยอะหลายคนดีและราคาถูก ข้อเสียคือมันไม่เหมาะกับการทำร้านกาแฟเพราะทำเร็วๆ ไม่ได้ และไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นแถม


2. แบบแรงดันน้ำ น้ำร้อนปริมาณมากพอที่จะทำกาแฟได้ 1 ช็อต จะถูกผลักดันอย่างแรงผ่านผงกาแฟบดที่ถูกอัดกันแน่นออกมาเป็นน้ำกาแฟสด 1 ช็อต ข้อดีคือไม่ต้องตวง ทำได้เร็ว และมักจะมีฟังก์ชั่นแถมเช่นที่ทำฟองนมและเครื่องบดกาแฟในตัว ข้อเสียคือแพงกว่าแบบแรกและมีหลายยี่ห้อ หลายราคาตั้งแต่หลักพันจนหลักแสน (ผมเจอมาแล้วที่ Power buy เซ็นทรัลปิ่นเกล้า)

 

อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

1. เครื่องบดกาแฟ อย่าดูถูกว่ามันทำได้แค่บด เพราะเค้าบดได้หลายระดับนะ และราคาประมาณสามพันบาทด้วย ไม่ใช่ถูกๆ แต่มีรุ่นพี่คนหนึ่งเคยพูดถึงเครื่องบดแบบมือหมุน ราคาเพียงสามร้อยบาท ซึ่งผมไม่เคยเห็นและไม่เคยใช้ จึงไม่สามารถรับรองประสิทธิภาพได้

2. ที่ทำฟองนม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับร้านกาแฟที่ไม่ชอบทำฟองนมแบบเขย่า และใช้เครื่องมันสวยกว่าเขย่าด้วยแหละ หน้าตาจะคล้ายๆ ปากกาที่มีมอเตอร์เอาไว้ตีนมให้เป็นฟองตามชื่อครับ ราคาเท่าไหร่ไม่ทราบจริงๆ เพราะไม่เคยไปหาซื้อ ที่เคยใช้ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วในร้าน

edit @ 17 May 2008 00:48:10 by Bluewhale

edit @ 17 May 2008 08:39:42 by Bluewhale

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ปรกติผมชงแบบน้ำหยดด้วยเครื่อง
ซึ่งมันก็ต้องใช้กระดาษกรอง
แต่ผมตกใจที่เขียนไว้ว่าแผ่นล่ะ 20 บาท
เพราะปรกติผมจะซื้อที่ Daiso เลือกแบบกระดาษเล็กสุด
80 แผ่น 60 บาท มีทั้งกระดาษธรรมดา และกระดาษสีน้ำตาล
ออกแนวรีไซเคิ้ล ... บางทีถ้าขี้เกียจและมีน้ำร้อนอยู่
ก็เอาไส้กรองมากั้นตรงแก้ว แล้วรินใส่ + นั่งดูและรอมันเลย
ก็สนุกไปอีกแบบ ^-^
#1 ขออภัยด้วยครับ ผมคงจำราคาผิดไป เพราะไม่ได้ชงแบบใช้ฟิลเตอร์มานานแล้ว

#2 By Bluewhale on 2008-05-17 08:37

ผมไม่ใช้แบบกระดาษกรองก็เพราะขี้เกียจซื้อมาตุนบ่อยๆ นี่แหละครับ นอกนั้นมันก็สะดวกดี

#3 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-05-17 09:28

confused smile ดีจังค่ะ อธิบายเข้าใจง่ายพร้อมมีรูปประกอบ ทำให้คนที่ดีแต่ซื้อกินคนนี้รู้จักอุปกรณ์อะไรมากขึ้น

#4 By กูก้อย (58.9.138.35) on 2008-05-21 14:39

ถ้าเราไม่มีความรู้มากพอเราจะไม่สามารถชงได้อร่อยเหมือนที่ร้านเค้าชงแน่นอน เพราะว่าผมลองมาหลายสิบรอบแล้ว ส่วนประกอบและปัจจัยทุกอย่างต้องสำพันธ์กัน ไม่ว่าจะเป็นการบดกาแฟ การขั่วของเมล็อดกาแฟ การใช้เครื่องชง ส่วนผสมของกาแฟแต่ละชนิด สรุปผมทำไม่อร่อยเท่าร้านประจำผมครับ

แล้วการหาร้านที่สามารถชงกาแฟได้อร่อยถูกปากนี้ช่างยากเหลือเกิน และจากการชิมกาแฟจากหลายๆแห่งผมติดใจอยู่ร้านเดียว เค้าสามารถชงได้อร่อยถูกปากมากๆ และไม่เสียดายวัตถุดิบเลยแม้แต่น้อย ถ้าผิดขั้นตอนเล็กๆน้อยๆเค้าจะทิ้งกาแฟแก้วนั้นแล้วชงให้เราใหม่ แต่น่าเสียดายปัจจุบันร้านนี้ได้ปิดตัวลงเนื่องจากทำเลที่ตั่งไม่ค่อยดี ทุกวันนี้ผมก็ยังเฝ้ารอให้เค้ากลับมาเปิดร้านอีกครั้งนึงครับ

ปล. การชงกาแฟผมว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเลยนะครับ

#5 By espresso machine (125.25.35.12) on 2008-05-28 13:00

#5 แต่มันก็อร่อยกว่าชงเนสกาแฟนะครับ open-mounthed smile

#6 By Bluewhale on 2008-05-28 14:24