Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

entry นี้จะพยายามไม่เล่าเรื่องนะครับ เพราะเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรื่องนี้คือการที่เราไม่รู้อะไรแล้วได้ดูนี่แหละ
 
จริงๆ แล้วตอนที่ดูถึงตอนที่ 10 อยากจะตั้งชื่อ entry นี้ประมาณ "ฉีกทุกกฏสาวน้อยเวทมนตร์" แต่เมื่อดูจนถึงตอนจบแล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้ "ฉีกกฏ" ถึงขนาดนั้น ลงท้ายก็ยังเป็นแนวนิยมความหวังความฝัน แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันไม่ดีนะครับ ก็ถือว่าจบได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากกับตอนจบ (อาจจะเป็นเพราะเผลอไปอ่านสปอยล์เข้าเพราะความลงแดงจากการเลื่อนฉายไปหนึ่งเดือน แต่ฉากจบที่ออกมาก็ไม่ได้เกินความคาดเดา เหมือนอย่างสิบตอนที่แล้วมา)
 
ตอนแรกอนิเมเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาผมเลยด้วยซ้ำ เพราะไม่ใช่คนที่ชอบดูสาวน้อยเวทมนตร์อยู่แล้ว แถมลายเส้นก็ไม่ได้โปรด "สาวหน้าบาน" ทำนองนี้นัก แต่เมื่อกระแสการพูดถึงเรื่องนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ และอย่างที่บอกใน entry ที่แล้วว่ามีคนหนึ่งในทวิตเตอร์บอกว่า "ถ้าเป็นคออนิเมก็ต้องดู" ก็เลยไปหามาดูครับ เมื่อได้ดูก็เข้าขั้นติด... ปกติอนิเมแต่ละเรื่องถ้าไม่ได้ติดมากผมจะดูแบบหยุดๆ คือพอสเอาไว้แล้วสลับไปทำอย่างอื่นได้ แต่เรื่องนี้ หลังจากผ่านตอนที่ 3 แล้ว ก็ไม่สามารถที่จะหยุดดูได้ อย่างน้อยต้องดูให้จบตอนก่อน และเมื่อดูจบถึงตอนที่สิบก็กระหายที่จะดูตอน 11-12 ที่เป็นตอนจบมาก... สารภาพว่าผมเพิ่งได้ดูจนจบเมื่อตีสองของเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง เพราะรอซับ(ไทย)เจ้าที่ตามดูอยู่ ตอนแรกออกมาเป็นแบบ pre-qc ก็เลยรอจนเขาปรับปรุงแล้วจึงดูครับ
 
ก็จะบอกสาเหตุที่ชอบเรื่องนี้แล้วกันนะ
 
1. มันคาดเดาอะไรไม่(ค่อย)ได้เลย มีการหักมุมอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้การหักมุมจะเป็นเรื่องธรรมดาของหนังหรืออนิเมสายอื่น แต่สำหรับสาวน้อยเวทมนตร์เท่าที่เคยดูแล้ว มันไม่ค่อยจะมีการแหวกขนบการต่อสู้อย่างสวยงาม พลังมิตรภาพ ภูตผู้แสนดี ฯลฯ สักเท่าไร เรื่องนี้จึงถือได้ว่า "กล้ามาก" สำหรับเรื่องแนวนี้... หากจะไม่สนใจว่าคนเขียนบทคือใคร ผมก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกันจนกระทั่งดูไปได้หลายตอนแล้วถึงรู้ว่า อ๋อ... เป็นคนนี้ ที่เคยเขียนงานแนวนี้ แต่เมื่อรู้เรื่องนี้แล้วตอนจบก็ยังโดนหักมุมเพราะว่ารู้ว่าคนเขียนบทเป็นใครแล้วนี่แหละ จึงคิดว่า "คนๆ นี้คงไม่เขียนฉากจบแบบนี้หรอกมั้ง" ก็ถือว่าวางแผนได้ยอดเหมือนกัน  นอกจากนี้อนิเมเรื่องนี้ไม่ได้ทำมาจากไลท์โนเวล ผู้ชมจึงไม่สามารถอ้างอิงอะไรได้เลย จึงถือว่า ไม่มีทางคาดเดาได้อย่างแท้จริง 
 
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้ดำเนินอยู่บนความไร้เหตุผล หลักการที่สำคัญของเรื่องคือ "การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม" คือเมื่อได้สิ่งใดมา ก็ต้องสูญเสียสิ่งแลกเปลี่ยนที่มีค่าเท่าเทียมกัน
 
2. งานภาพ งานเพลง นอกจากคาแรกเตอร์ดีไซน์ที่ "หน้าบาน" แล้ว งานภาพนั้นสวยมาก การออกแบบสถาปัตยกรรมทำได้สวยดี (ผมไม่ค่อยรู้เรื่องสถาปัตย์ฯ นะ แต่ชอบสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในเรื่องนี้ และการตกแต่งภายในก็สวย ผมชอบห้องน้ำบ้านมาโดกะ อยากได้แบบนั้นบ้าง) นอกจากนี้ภาพหลายช่วงยังเป็นภาพอาร์ทๆ ทั้งภาพแนวที่เป็นเอกลักษณ์ของสตูดิโอ Shaft ผู้ผลิตอนิเมเรื่องนี้ และงานแนว collage (คิดว่าใช่นะ) เมื่อแม่มดปรากฏตัว เป็นการใช้สีสันที่สดใสแต่ทำให้รู้สึกไม่ไว้วางใจ ซึ่งผมทึ่งมาก  เพลงก็เพราะมาก ความหมายเข้ากับเรื่องด้วย
 
3. รายละเอียดเรื่องนี้เยอะมาก มีการแฝงสิ่งต่างๆ อย่างจงใจเยอะแยะมากมาย จนพวกในเว็บบอร์ดทั้งในและนอกตีความกันเพลิน ผมก็เป็นผู้อ่านไปเรื่อยๆ สนุกมากๆ และยังมีการอ้างอิงวรรณกรรมอมตะของเยอรมันด้วย อยากจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองถัดจาก Evangelion ที่ผมต้องหาอ่านข้อมูลเสริมต่อมากขนาดนี้ครับ  นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ เพราะอนิเมเรื่องนี้ทำให้เกิดการคิดต่อ การตีความ มากกว่าที่จะจบแล้วจบเลย 
 
ขอจบ entry นี้ด้วย OP ของเรื่องนี้ หากคุณเห็นมันเป็นครั้งแรก โดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอนิเมเรื่องนี้มาก่อนเลย คุณจะคิดว่าเนื้อเรื่องของเรื่องนี้เป็นอย่างไรครับ?
 

Comment

Comment:

Tweet

OP มันของปลอม!!

#7 By Matsuri (115.87.169.143) on 2011-05-09 11:47

ที่ผมชอบ shaft ก็แบบนี้ละครับ confused smile

#6 By iDreamplus on 2011-05-02 19:38

เป็นเรื่องที่ความคาดหวังตอนแรกของผม กับตอนหลังดูไปแล้วบางส่วนเปลี่ยนไปมากๆครับ....sad smile

#5 By Copic on 2011-04-30 23:36

ขอบคุณค่ะ confused smile

#4 By SUPRANAN on 2011-04-30 09:50

cry cry cry cry cry

ชอบเนื้อเรื่องครับ สุดยอด
อื่นๆก็ทำดี ยิ่งใน Blueray นี่ลงรายละเอียดเพิ่มขึ้นโขเลย

#3 By Jota comic D on 2011-04-30 09:14

สาวน้อยมืดมนตร์

#2 By zenni-zensan on 2011-04-30 09:08

อบอุ่นตับดีค่ะ Hot! Hot!

#1 By SUPRANAN on 2011-04-30 09:05

Bluewhale View my profile

Recommend